Bad Habits Of Each Zodiac

posted on 25 Feb 2011 19:41 by paphawee-mo26
 
 
 
 
 
 
 
ราศีเมษ (21 มีนาคม – 20 เมษายน)
แม้จะเป็นชาวราศีที่น่าตื่นเต้น ชวนสนใจกว่าใคร แต่ก็ใจร้อน ใจเร็ว ไม่อดทนอยู่สงบไม่เป็น สะเพร่า บุ่มบ่าม เจ้าโทโส เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก หัวดื้อ ตลบตะแลง ชอบบงการและเพียบพูนด้วยตัณหา

ราศีพฤษภ (21 เม.ย.-21 พ.ค.)

ข้อเด่นคือเป็นคนหน้าตาดีเอามากๆแต่ก็ดื้อหัวชนฝาทีเดียวเชียว นิยมวัตถุ ขี้อิจฉาเจ้าคิดเจ้าแค้นชอบทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ตามใจตัวเอง ดันทุรัง ชอบโต้แย้งเป็นที่สุด


ราศีเมถุน (22พ.ค.-21 มิ.ย.)

ถึงจะเป็นคนที่สนุกสนานรื่นเริงเป็นสองเท่าเมื่อคบหา แต่ข้อเสียประจำราศีนี้ก็คือ เหลาะแหละ โลเล ขี้เบื่อกวนประสาท อยู่ไม่สุข ช่างกังวลและเครียดง่าย ชอบสอดรู้สอดเห็น ชอบยักย้ายเปลี่ยนแปลง และมักพาลหาเรื่องทะเลาะวิวาท


ราศีกรกฎ (22 มิ.ย.-23ก.ค.)

เป็นชาวราศีที่น่ารักมีน้ำใจกว่าใครอื่น ทว่าข้อเสียคือชอบผัดวันประกันพรุ่ง ขี้ระแวง นึกถึงแต่ตัวเอง หงุดหงิดง่ายทำอะไรไม่เรียบร้อยอยากได้โน่นได้นี่ ไม่ตรงไปตรงมา ขุ่นใจเป็นประจำ หวั่นไหวง่ายถ้าเป็นหญิงก็มักน้ำตาหยดบ่อย เพราะอารมณ์กระฉูดอยู่เสมอ


ราศีสิงห์ (24ก.ค.-23 ส.ค.)

ชาวสิงห์เกิดมาเป็นนักปกครองจึงมักหยิ่งยโสโอหัง เชื่อมั่นตัวเองจนล้นเกิน มีความทะเยอทะยานสูง ชอบคุยโว ชอบวางมาด ขี้อิจฉา เจ้าทิฐิ เจ้าเล่ห์ ชอบควบคุม อวดดี ชอบก้าวก่ายแทรกแซง และครบเครื่องเรื่องตัณหาทั้ง
โลภะ ราคะ โทสะ และโมหะ


ราศีกันย์ (24ส.ค.-23 ก.ย.)

เป็นชาวราศีที่สุดเซ็กซี่ แต่ก็สามารถครองตำแหน่งจอมจู้จี้จุกจิก ชอบติ ชอบบ่น เจ้าทุกข์ ช่างวิตกกังวล โลเล ชอบอวดรู้ ชอบโต้แย้ง และอาจสำส่อน


ราศีตุลย์ (24ก.ย.-23 ต.ค.)

ชาวราศีนี้สุดฟู่ฟ่าก็จริง หากชอบหนีปัญหา ไม่ยอมตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไร ชอบนินทาเป็นนักยักย้ายเปลี่ยนแปลง ถูกชักจูงง่าย ถูกหลอกก็ง่าย เจ้าชู้เอาแต่ใจตัวเอง ทนการวิจารณ์ติติงไม่ได้เลย


ราศีพิจิก (24ต.ค.-22 พ.ย.)

มีลับลมคมนัย คิดมาก ขี้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนง่าย และรุนแรง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ดื้อรั้น ขี้โมโห ขี้อิจฉา ชอบเรียกร้องคนอื่น เจ้าคิดเจ้าแค้น และก็เป็นอีกราศีที่บริบูรณ์ด้วยตัณหานานา


ราศีธนู (23 พ.ย.-21 ธ.ค.)

เป็นพวกมองโลกในแง่ดีอย่างหลับหูหลับตา อยู่นิ่งไม่ได้ ไม่มีไหวพริบ ชอบเป็นเผด็จการ ไม่ยอมใคร เชื่อมั่นตนเองจนล้นเกิน ชอบเรียกร้องจากคนอื่น ทื่อมะลื่อ ขวานผ่าซาก ชอบอยู่ตามลำพัง ไม่สนใจใคร และไม่รับผิดชอบ แต่น่าแปลกที่ใครๆ กลับมารุมรักชาวราศีนี้กัน

ราศีมังกร (22ธ.ค.-20 ม.ค.)

เอาใจยาก ช่างติขี้ระแวง ทะเยอทะยานสูง หัวรั้น เข้มงวด ช่างวิตกกังวล มักเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ ชอบไต่เต้าแสวงหาตำแหน่งหรือสถานภาพสูงไม่เคยพึงพอใจอะไรเลย


ราศีกุมภ์ (21ม.ค.-19 ก.พ.)

ชาวราศีนี้แม้ดูสมบูรณ์แบบไปหมด แต่เป็นพวกไร้อารมณ์ไม่มีไหวพริบ ชอบมีความลับ เย็นชาไม่อ่อนไหว ดันทุรังไม่ชอบสุงสิงกับใคร ต่อต้านสังคม เดาใจยาก มักมีอะไรประหลาดหรือทำอะไรพิลึกพิลั่น


ราศีมีน (20 ก.พ.-20มี.ค.)

นี่ก็เป็นอีกราศีหนึ่งที่ชอบหลบเลี่ยงปัญหาชอบมีลับลมคมในและทำตัวเป็นปริศนา ใจลอยเป็นที่หนึ่ง จะพูดจะทำอะไรก็คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ขี้เกียจหลุดโลก ลังเลอ่อนไหวเกินเหตุถูกหลอกหรือถูกชักจูงไปในทาง ที่ไม่ถูกไม่ควรได้ง่ายก็เพราะสาเหตุนี้




15 Story Of Japan

posted on 25 Feb 2011 18:36 by paphawee-mo26
 
 
 
 
1.ที่ญี่ปุ่นไม่ว่าจะถนนจะโล่งแค่ไหน หรือจะเป็นตอนดึกที่ถนนว่างไม่มีรถซักคันแค่ไหน คนญี่ปุ่นจะไม่ข้ามถนนเลย แต่จะเดินไปจนเจอ ทางม้าลายและรอไฟเขียวให้คนข้ามถึงจะข้าม (เป็นระเบียบสุดยอดเลย)

2. การให้บริการลูกค้าในญี่ปุ่นเน้นเรื่อง Service Mind เป็นอย่างมาก หากไปญี่ปุ่นแล้วมีโอกาสไปใช้ในห้องสรรพสินค้าหรือตามร้านต่างๆ ก็จะได้รับการบริการเหมือนเป็นพระเจ้าเลยล่ะ หลังจากซื้อของเสร็จ พนักงานจะคอยยืนส่งลูกค้าไปจนลับสายตา เพราะถือว่าหากลูกค้ามองกลับมาแล้วไม่เจอพนักงานจะถือว่าเสียมารยาท

3. คนญี่ปุ่นมีอัตราการฆ่าตัวตายต่อปีที่สูง หนึ่งในวิธียอดนิยมคือการกระโดดให้รถไฟทับตายแต่รู้มั้ยว่าถ้าหากกระโดดให้ รถไฟทับตาย พ่อแม่ญาติพี่น้องจะต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนที่แพงมหาศาล เพราะถือว่าทำความเดือดร้อนให้กับบริษัทรถไฟที่ต้องหยุดวิ่งเพื่อทำความ สะอาดรางและรถไฟและต้องสูญเสียรายได้ (จะตายทั้งที ก็อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะ ทางที่ดีอย่าตายดีกว่า)

4.ห้ามฟังเพลงจากหูฟังในขณะที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หรือจักรยาน  เพราะทำให้สมรรถภาพการขับขี่ลดลงถ้าตำรวจพบ จะถูกปรับ(ทำประจำเลยข้อนี้)   

5.รวมถึงการซ้อนจักรยาน ถึงจักรยานจะมีเบาะให้ซ้อนก็ห้ามซ้อน เพราะตำรวจอาจเรียกได้ เบาะซ้อนมีไว้วางของ ยกเว้นเด็กเล็กที่ซ้อนได้แต่ต้องนั่งเบาะพิเศษของเด็ก (หนุ่มสาวอดซ้อนสวีทกันเลยล่ะสิ)

6.ที่ ญี่ปุ่นไม่มีหมาจรจัด มีแต่แมวจรจัดซึ่งก็มีน้อยมากๆ เพราะหมาจรจัดหรือที่ถูกทอดทิ้งจะถูกเทศบาลจับไปหมด (ได้ยินว่าถูกเอาไปฆ่าด้วย สงสารน้องหมาอะ T^T) 

7.ถ้า ลืมของไว้ที่ร้านอาหารหรือข้างทาง ไม่ต้องกลัวว่าจะหาย สองวันผ่านไปมันจะยังคงอยู่ที่เดิม (หรือทางร้านจะเก็บไว้ให้) เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าไปญี่ปุ่นแล้วเห็นมีหมวก ผ้าพันคอ กระเป๋า แขวนตามต้นไม้ เพราะคนที่เก็บได้เขาจะนำมาแขวนไว้ใกล้ๆ กับที่มีคนทำตกเพื่อให้เจ้าของกลับมาตามหาเจอ (ที่ไทย สองวินาทีหายเรียบ 5555 ) 

8.ของแฮนด์เมดที่ญี่ปุ่นราคาแพง มากกกกกกกกกก คนจะยกย่องและฮือฮามากถ้าคุณทำของแฮนด์เมดได้ เพราะถือว่ามีฝีมือสุดยอด (เชิญไปชมที่อินดี้อินทาวน์เลยคับ)

9.คน ท้องจะมีแท็กจากโรงพยาบาลให้พกติดตัวไว้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เพื่อที่คนอื่นจะได้รู้ว่าคนนี้ท้องและจะได้บริการให้เป็นพิเศษ เช่น ลุกให้นั่งบนรถไฟใต้ดิน (เพราะบางคนก็อ้วนไง) 

10.ห้อง พักตามอพาร์ทเมนท์ คอนโด และโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่นจะไม่มีห้องหมายเลข 4 เพราะถือว่าเป็นตัวเลขอัปมงคล เพราะอ่านออกเสียงว่า "ซื่อ" ที่แปลว่าตาย (เหมือนที่แถบตะวันตกไม่มีเลข 13 ล่ะมั้ง)

11.ร้าน อาหารที่ญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำอาหารหรือเครื่อง ดื่มจากร้านอื่นมาทานในร้าน แม้กระทั่งน้ำเปล่าจาก 7-11 (อันนี้รู้สึกว่าแอบใจร้ายนะ)

12. 7-11 หรือร้านสะดวกซื้ออื่นๆ มีห้องน้ำให้เข้าฟรี (ดีจัง)

13.เวลาทิ้งขยะที่เป็นขวดกล่องน้ำหรือนม จะต้องล้างขวดหรือกล่องนั้นให้สะอาดก่อนแล้วค่อยทิ้ง เพราะหากทิ้งลงไปทั้งอย่างนั้น ของข้างในอาจบูดเน่าและส่งกลิ่นเหม็น (สุดยอดๆ)   

14. สามารถยืนอ่านหนังสือโป๊หรือการ์ตูนโป๊ได้แจ่มๆ ไม่มีใครมองด้วยสายตาแปลกประหลาด (555555 จะดีเหรอ) 

15. ผู้ชายญี่ปุ่นแทบทุกคนชอบกันคิ้ว เพราะผู้ชายที่นี่รักสวยรักงามไม่แพ้ผู้หญิง ถ้าไปทำผมในร้านเสริมสวย ช่างทำผมจะถามแน่นอนว่าจะกันคิ้วเพิ่มด้วยมั้ย

Faculty of Agro-Industry

posted on 25 Feb 2011 18:19 by paphawee-mo26
 
 
กำลังจะกลายเป็น นิสิตมอ. แล้ว
 
คณะอุตสาหกรรมเกษตร
 
คงจะเรียนหนักน่าดู..
 
เอาน่า"เราต้องสู้เข้าไว้" 
 
แอบหวั่นนะเนี้ย 555
 
จะดีใจหรือเสียใจดีหล่ะ
 
กลัวๆๆๆๆๆๆ
 
แต่ก็ดีใจนะที่สอบติดอ่ะ
 
อีกหนึ่งตวามภาคภูมิใจ
 
สำหรับคณะนี้เท่าที่รู้มา..ก็มีอยุ่ว่า
 
มี 3 สาขา อ่ะ
 
1.การจัดการ  ก็เรียนเกี่ยวกับการจัดการโรงงาน
 
2.food sci  ก็เรียนเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพอาหาร
 
3.บรรจุภัณฑ์  ก็เรียนเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์
 
เฮ้อ....ไม่ใช่ไปปลูกผัก ปลูกพืชอย่างที่ทุกคนคิดนะจ๊ะ..Cry

edit @ 25 Feb 2011 18:35:27 by ➳ Ⓟ Ⓐ Ⓟ Ⓗ Ⓐ Ⓦ Ⓔ Ⓔ ღ

Chapter From The Beginning Of The Leave.

posted on 25 Feb 2011 18:06 by paphawee-mo26
 
 
 
 
 
แจกันน้อยเดินทางมาจากดินแดนหนึ่งที่มีความรักลึกซึ้งล้ำค่า
แต่ทว่ามิอาจมอบรักแด่ดอกไม้ดอกใดได้
ทำไมนะหรือ ก็เพราะมันเจอดอกไม้ที่สวยสดงดงาม
หากทว่ามันยังไม่เจอดอกไม้แห่งรักที่แท้จริง

วันนี้หัวใจเหนื่อยนักยิ่งไขว่คว้ายิ่งไกลยิ่งห่าง
ความเป็นจริงที่โหดร้าย ได้กัดกร่อนก้อนเนื้อเท่ากำมือที่เรียกว่า “หัวใจ” จนบอบช้ำ
ในทางกลับกันมันทำให้หัวใจนี้เข้มแข็งขึ้น
ขอบคุณวันเวลาที่นำพาเธอมาให้พบ
ละครบทนี้เดินเรื่องด้วยความเหงา เศร้า รอยยิ้ม คราบน้ำตา
สุดท้ายตัวเอกของเรื่องคือ “ความว่างเปล่า”
จะมีใครสักกี่คน ที่จะต้องการรู้ตอนจบจริงๆของเรื่องราวที่อยู่ในความทรงจำ
และไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ
เพราะในชีวิตจริงนั้น……..
มีอยู่หลายเรื่องที่เราจำเป็นต้องรู้ตอนจบ
แม้ว่าจะไม่อยากรับรู้ก็ตาม
ฉันเดินทางมาไกล ไกลเกินกว่าจะย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ ณ จุดเดิม
ในความรู้สึกลึกๆ ข้างใน
ความรู้สึกนั้นยังคงงดงามเสมอ
ถ้าทำได้อยากหยุดทุกอย่างไว้ ณ ตรงนี้
ตรงที่ความรู้สึกดีๆ ยังคงมีอยู่
หยุดพักปล่อยวางทุกอย่างไว้ข้างหลัง
จากนั้นก้อนเนื้อที่เรียกว่า “หัวใจ” นี้แหละจะพาสองเท้านี้ก้าวไป
ทุกอย่างจบลงแล้ว วันพรุ่งนี้เป็นของเรา
…………………………………………….
มิตรภาพมั่นคง ยืนนาน ต้องผ่านบทเรียน คืน วัน
และความผันแปรทั้งหลาย
ณ วันหน้าผากยับย่น เส้นผมกลายเป็นสีเทา
ถนอมมิตรภาพแสนงามไว้ในดวงใจ
 
CoolCoolCoolCoolCool
 

edit @ 25 Feb 2011 18:14:27 by ➳ Ⓟ Ⓐ Ⓟ Ⓗ Ⓐ Ⓦ Ⓔ Ⓔ ღ

edit @ 25 Feb 2011 18:17:15 by ➳ Ⓟ Ⓐ Ⓟ Ⓗ Ⓐ Ⓦ Ⓔ Ⓔ ღ

Time & Clock

posted on 25 Feb 2011 17:47 by paphawee-mo26
 
 
 
 
 
แปลกมั๊ย..ใคร ๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอจริง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

เวลา... เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

เวลา...เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

เวลา... ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
นาฬิกา..ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน


แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย
หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร


ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?

ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน

ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน

ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง

ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน

ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า  หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง

เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ  ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง

เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเค้ายังอยู่แบบเดิมๆ

เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเค้ายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเค้าไป

แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ …  ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้

แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ   ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน

ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย

และสุดท้ายก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า.. "กันและกัน"